วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บลัดฮาวด์ (Bloodhound)

บลัดฮาวด์ (Bloodhound)

นิสัยดี อ่อนโยน มีความอดทนสูง ต้องการความรัก

 ลักษณะทั่วไป
     บลัดฮาวด์เป็นสายพันธุ์นักล่า กลิ่น” ที่เก่าแก่มากที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง พวกเขาต้องการความรักมาก แต่ก็สามารถควบคุมความขี้อายที่มีมาโดยธรรมชาติ ความอ่อนไหวต่างๆได้ พวกเขาเป็นสุนัขที่มีอารมณ์ขัน และเข้มแข็ง รูปร่างลักษณะของบลัดฮาวด์ มีร่างกายใหญ่มาก สีมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะดี สีดำกับสีน้ำตาลแทนสีน้ำตาลเหลือกับสีน้ำตาลแทนและสีแดง ตาลึก หน้าย่น

ความเป็นมา
     บลัดฮาวด์กำเนิดขึ้นในทวีปยุโรปมานานก่อนสงครามครูเสดซึ่งเป็นสุนัขที่มีความสามารถในการดมกลิ่นมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น   โดยบลัดฮาวด์กลุ่มถูกนำมาจากคอนสแตนติโนเพิลสองสายพันธุ์คือดำและขาว สีดำรู้จักกันดีที่เซ็นต์ฮูเบิร์ตส์ นำเข้ามาครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ส่วนสีขาวกลายมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ เซาเทิร์นฮาวด์ แต่ถึงแม้ว่าบลัดฮาวด์สายพันธุ์ใหม่ในประเทศอังกฤษ ก็ยังเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากในประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลากว่าทศวรรษ พวกมันทำงานอย่างหนักให้กับศาล เพื่อค้นหาหลักฐานในการดำเนินคดีต่างๆ  และในทุกวันนี้บลัดฮาวด์ก็เป็นที่พึงพอใจของคนที่ต้องการสุนัขที่มีรูปร่างโครงสร้างดี ฝึกได้ เชื่อฟัง และ มีความสามารถในการดมและติดตามกลิ่น

 ลักษณะนิสัย
     บลัดฮาวด์เป็นที่สุนัขที่น่ารัก นิสัยดี อ่อนโยน มีความอดทนสูง ต้องการความรัก ชอบออกไปเดินเล่นนอกบ้าน และรักเด็ก ชอบให้เด็กๆปีนป่าย แต่ก็ต้องระวังไม่ให้เด็กแกล้งพวกเขา หรือแย่งอาหาร ของเล่น เพราะจะทำให้เขาแสดงอาการหวงของขึ้นมาทันที บลัดฮาวด์ค่อนข้างรักอิสระ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงต้องการวินัย การฝึกที่นุ่มนวล ไม่เช่นนั้นเขาอาจมีแนวโน้มดื้อ หัวแข็ง นอกจากนี้พวกเขาค่อนข้างจะก้าวร้าวกับสุนัขเพศเดียวกัน แต่โดยธรรมชาติจริงๆแล้ว พวกเขารักทุกคนเลย และต้อนรับผู้มาเยี่ยมยืนด้วยอาการสดใสรื่นเริง

     อย่างไรก็ตาม แทบจะ 90 เปอร์เซ็นต์ของบลัดฮาวด์ไม่ควรพาออกเดินนอกบ้านโดยไม่ได้ใส่สายจูง เพราะพวกเขาจะเดิมดมโน่นนี่ไปเรื่อยๆตลอดทางจนกว่าจะหาสิ่งที่เขาได้กลิ่นเจอ และความสามารถพิเศษนี้เองที่ทำให้เขาสามารถเดินตามกลิ่นได้เป็นเวลากว่าร้อยชั่วโมงได้อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าหนทางจะยาวไกลขนาดไหน เขาต้องหาต้นตอกลิ่นนั้นให้เจอ

 การดูแล
     การทำความบลัดฮาวด์ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ขัดขนเขาเบาๆ เพราะผิวหนังเขาง่ายต่อการระคายเคือง และควรแปรงขนเป็นประจำเผื่อผลัดขนเก่า แล้วยังเป็นการนวดผิวหนังทำให้เขารู้สึกสบายตัว ควรทำความสะอาดหูเป็นประจำ โดยเฉพาะหากอยู่ในสภาพภูมิอากาศร้อน เพราะจะทำให้หูมีกลิ่นและหูติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ควรเช็ดดวงตาของเขาเป็นประจำทุกวัน

     บลัดฮาวด์รัการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ  ไม่ว่าจะวิ่ง จ๊อกกิ่ง หรือปม้กระทั่งปีนเขา เพราะ พวกเขาเป็นสุนัขที่โตเร็วต้องการการพัฒนาความแข็งแรงของกระดูก กล้ามเนื้อและข้อต่อ แต่ทุกครั้งที่พาวิ่งต้องใส่สายจูงเพื่อให้เขาไม่หันเหไปกันกลิ่นต่างๆระหว่างทาง และควรวิ่งอย่างพอเหมาะพอดีไม่ควรให้เขาวิ่งหนักจนเกินไป ระยะเวลาที่ดีที่สุดในช่วงการออกกำลังกายอย่างน้อยที่สุด 20  นาที ต้องให้เดินไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร เนื่องจากพวกเขาไม่ได้สนว่าอากาศดีหรือแย่ แต่สิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขาคือการได้ออกกำลังซึ่งความต้องการนี้คือหนึ่งในนิสัยและบุคคลิกภาพประจำตัวของบลัดฮาวด์

     นอกจากนี้การฝึกบลัดฮาวด์ถือว่าจำเป็นมากๆ จำเป็นต้องฝึกวินัยและฝึกให้พวกเขาเชื่อฟังอย่างน้อย 15-30 นาที เป็นประจำเพื่อให้พวกเขาสงบนิ่ง แต่ปฏิภาณไหวพริกเฉียบคม ตื่นตัว มีความสุข เพราะถ้าเขามีความสุข เขาก็จะประพฤติตัวดีไม่ดื้อรั้น

  ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     บลัดฮาวด์ต้องการความรักมากเป็นพิเศษ  ผู้ที่เลี้ยงควรจะต้องใส่ใจ รักและดูแลความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเป็นหัวหน้าที่มั่นคง ไม่พวกเขาไม่อาจโต้แย้งได้ ส่วนเรื่องการทำความสะอาดควรอาบน้ำให้สัปดาห์ละครั้ง ดูแลเรื่องขาร่วงเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยให้เขาดูดี รู้สึดี และ กลิ่นดีมากขึ้น

 ข้อควรจำ
     แม้บลัดฮาวด์จะสามารถอาศัยอยู่ในอพาร์เม้นท์ได้ แต่จะดีที่สุดถ้ามีสนามหญ้ากว้างๆให้พวกเขาได้วิ่งเล่น เพราะการออกกำลังกายและการวิ่งเล่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการอย่างมาก สายจูงก็เป็นสิ่งจำเป็นถ้าไม่อยากจะตามไล่พวกเขาเวลาเดินดมกลิ่นที่เขาสนใจทางโน้นทีทางนี้ที อย่างไรก็ตาม ไม่ควรให้เขาเดินหรือวิ่งมากเกินไปเพราะจะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อในภายหลัง แต่ก็ไม่ควรล่ามเขาไว้ทั้งวันเช่นกัน ส่วนโรคประจำตัว บลัดฮาวด์มักเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย และ ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับสะโพกเคลื่อน สะโพกเสื่อม ไหล่เคลื่อน และ ผิวหนังขาดน้ำ จนก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ จึงควรพาเขาตรวจสุขภาพเป็นประจำ  

 มาตรฐานสายพันธุ์
ขนาด   ส่วนสูงของเพศผู้โดยเฉลี่ยประมาณ 25-27 นิ้ว น้ำหนัก 40-50 กิโลกรัม เพศเมียประมาณ 23-25 นิ้ว น้ำหนัก 36 – 45 กิโลกรัม แต่ในบางกรณีก็สามารถมีส่วนสูงหรือน้ำหนักมากกว่าปกติได้
ศรีษะ   ยาวและแคบ ตำแหน่งบนสุดตรงท้ายทอยต้องเป็นยอดแหลมที่ชัดเจนมากๆ เส้นจากบริเณหน้าผากถึงสันจมูกอยู่ใกล้กันมาก หักเข้าน้อยจนดูคล้ายกับเป็นเส้นตรง ช่วงหน้ายาว ลึก และกว้าง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม
ฟัน       มีลักษณะเป็นฟันกรรไกร คือ ฟันบนเกือบเกยซ้อนกับฟันล่าง และตั้งฉากกับขากรรไกร
ปาก     เนื้อข้างปากที่ห้อยลง
ตา        นัยน์ตากลม ลึก สีน้ำตาลแดง เปลือกตาด้านบนมีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือรูปทรงคล้ายเพชร ส่วนใต้ตาหนังตาตกย้อยลงมา
หู         บางและนุ่ม ยาวและยานต่ำลงมาถึงช่วงไหล่ ส่วนที่ต่ำที่สุดของใบหูจะม้วนเข้าหรือไม่ก็ม้วนออก
จมูก     สีดำหรือไม่ก็สีน้ำตาล
คอ       คอยาว รอยย่นใต้คางและลำคอ
อก       กล้ามเนื้อเต็ม แข็งแรง ซี่โครงขยาย อกคล้อยต่ำอยู่ระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้าง
ลำตัว    ลำตัวยาว กล้ามเนื้อไหล่แข็งแรง ไหล่ลาดไปทางด้านหลังช่วงหลังถึงสะโพกแข็งแรง แผ่นหลังโค้งกำลังพอดี บั้นท้ายยาวและค่อยๆแคบลง ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงกว่าแผนหลัง
เอว       -
ขาหน้า กระดูกขาหน้าใหญ่และตรง หัวไหล่ตั้งลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม
ขาหลัง หน้าแข้งทั้ง 2 ข้าง ช่วงโค้งของหน้าขายังข้อเท้าโค้งรับกันอย่างดีเห็นเป็นทรงสี่เหลี่ยม
หาง      ขางยาวปลานกลาง ทิ้งตัวลงพื้น ปลายหางงอเล็กน้อย
ขน       ขนสั้น หนา กระด้าง และ กันน้ำได้ดี ขนบริเวณด้านใต้หางยาวกว่าขนบนตัว

สีขน    มีหลายสี สีดำกับสีน้ำตาลแทนสีน้ำตาลเหลืองกับสีน้ำตาลแทน,สีแดงกับสีน้ำตาล,สีน้ำตาลปนเหลือง โดยสีน้ำตาลแทนมักอยู่บริเวณ ใบหน้า ข้างแก้ม เหนือดวงตา หน้าอก ขาและบริเวณก้น ส่วนสีดำมักจะอยู่เฉพาะบริเวณหลัง ส่วนสีน้ำตาลเหลืองกับน้ำตาลแทน ส่วนตัวที่มีสีเดียวทั้งตัวจะมีตั้งแต่สีแดงอ่อนถึงสีแดงเข้ม มีสีขาวแต้มที่หน้าอก นิ้วเท้า และปลายหาง

ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback)

ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback)
มีความเป็นนักล่าสูง แข็งแรง และซื่อสัตย์

                                       

ลักษณะทั่วไป

     ไทยหลังอาน เป็นสุนัขขนาดกลาง ขนสั้น หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายจมูกสีดำและมีขนย้อนกลับที่กลางหลังเป็นรูปต่างๆกัน ยาวไปตามแผ่นหลัง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่น สุนัขไทยหลังอานมีความแข็งแรงมาก อดทนต่อสภาพภูมิอากาศได้โดยทั่วไป ทั้งร้อนและหนาว และยังเป็นสุนัขที่มีสัญชาตญาณของความเป็นนักฆ่าสูง และมีความจงรักภักดีต่อผู้เลี้ยงอีกด้วย

ความเป็นมา

     สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยนี่เอง มีการสันนิษฐานว่าไทยหลังอานมาจากสุนัขในกลุ่มพวกหมาป่า และเป็นสุนัขพื้นเมืองในโซนเขตร้อน แต่ไทยหลังอานมีลักษณะพิเศษเฉพาะคือมีขนเป็นเส้นย้อนกลับที่เส้นกลางหลังในขณะที่สุนัขสายพันธุ์อื่นๆในกลุ่มเดียวกันไม่มี

 ลักษณะนิสัย

     ไทยหลังอานมีนิสัยของการเป็นนักล่าชัดเจน เป็นนักล่าที่ดี มีความระแวดระวังสิ่งแปลกปลอมเป็นอย่างดี มีความสามารถในการกระโดดดีเยี่ยม ฉลาด มีความมั่นคง กล้าหาญเด็ดเดี่ยว รักอิสระ มีท่วงท่าที่สง่า และเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ รักเจ้าของ ซึ่งไทยหลังอานมีความขึ้นชื่อในเรื่องของความจงรักภักดี

การดูแล

     สุนัขพันธุ์ไทยหลังอานควรมีกรงนอนให้ด้วย ซึ่งถือเป็นการฝึกวินัยไปในตัว การให้อาหารสุนัขไทยหลังอานนั้นผู้เลี้ยงสามารถให้อาหารได้ตามปกติ แต่ควรสลับมาให้อาหารเม็ดด้วย และไม่ควรลืมที่จะให้น้ำดื่ม ส่วนน้ำที่จะให้สุนัขดื่มนั้นจะต้องเปลี่ยนทุกวัน ด้านการดูแลทำความสะอาด สุนัขไทยหลังอานอาบน้ำเดือนละ 2ครั้งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้ง และในเรื่องของสุขภาพควรให้ความระมัดระวังเรื่องโรคผิวหนัง เพราะสุนัขไทยหลังอานมีขนสั้น ยุงหรือเห็บหมัดอาจเป็นพาหะนำโรคมาสู่สุนัขพันธุ์นี้ได้     

ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ผู้ที่อยากจะเลี้ยงไทยหลังอานต้องเป็นผู้ที่ให้ความรักและความเอาใจใส่ได้ดีควรเป็นผู้ที่มีเวลาในการดูแลสุนัข เนื่องจากไทยหลังอานต้องการการออกกำลังการ ผู้เลี้ยงควรพาออกไปวิ่งเล่นภายในบริเวณบ้านหรือสวนสาธารณะบ่อยๆ (ทุกครั้งที่พาออกไปวิ่งควรใส่สายจูงด้วย) และที่สำคัญผู้เลี้ยงควรหมั่นตรวจดูสุขภาพของสุนัขโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพผิวหนัง

 ข้อควรจำ

     เวลาที่สุนัขไทยหลังอานขัดขืน ให้รีบห้ามทันทีด้วยคำว่า ไม่” เพราะหากปล่อยไปหลังจากนั้น เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น


วิดีโอ  ความน่ารักของ สุนัข ไทยหลังอาน




มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด  เพศผู้สูง 24 - 26 นิ้ว เพศเมียสูง 22 - 24 นิ้ว
ศรีษะ  บริเวณกะโหลกด้านบนของศีรษะ มีลักษณะแบนและลาดลงเล็กน้อยสู่ดั้งจมูก เห็นดั้งชัดเจน ไม่หักมุมมากเกินไป
ฟัน      ขาวแข็งแรง สบแบบกรรไกร
ปาก    กระบอกปากยาวกำลังดี ริมฝีปากดำ หรือ น้ำตาลเข้ม กระชับ ไม่หย่อนคล้อย ถ้ามีปานดำที่ลิ้นจะถือว่ามีลักษณะที่ดีมาก
ตา       ขนาดกลาง เป็นรูปผลอัลมอนต์ สีน้ำตาลเข้ม
หู         ติดอยู่ด้านข้างกะโหลก ขนาดกลาง รูปสามเหลี่ยมตั้งและโน้มไปข้างหน้า
จมูก    ดำ ในสุนัขสีสวาดจะมีสีกลมกลืนกับสีขน
คอ       ยานปานกลาง แข็งแรงกล้ามเนื้อสมบูรณ์ โค้งเล็กน้อยและเชิดตั้งขึ้นสูง
อก      ลึกถึงระดับอก ซี่โครงขยายได้ดี ไม่ใหญ่เทอะทะ
ลำตัว  มีหลังที่แข็งแรง เอวแข็งแรงและกว้าง บั้นท้ายมนปานกลาง
เอว      -
ขาหน้า     ขาหน้าตรง
ขาหลัง     ขาหลังมีโคนขาใหญ่ เข่างอมีมุมเล็กน้อย
หาง     โคนหางใหญ่และค่อยๆเรียวจนสุดปลายหาง ยาวจรดอกหลัง ตั้งขึ้นและโค้งงอเหมือนรูปดาบ
ขน      ขนสั้น

สีขน   แดง ดำ สวาท กลีบบัว

ไทยบางแก้ว ( Thai Bangkaew)

  ไทยบางแก้ว ( Thai Bangkaew)      สุดยอดแห่งความซื่อสัตย์ เฝ้าบ้านได้ หายห่วง





ลักษณะทั่วไป     บางแก้วเป็นสุนัขขนาดกลาง รูปร่างคล้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน มีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว ปราดเปรียว


ความเป็นมา        สำหรับประวัติของสุนัขพันธุ์บางแก้วนั้นได้มีข้อสันิฐานว่า เกิดจากสุนัข 3 พันธุ์ด้วยกันผสมกันแล้วก็กลายมาเป็นบางแก้วนั่นก็คือ พันธุ์ไทย พันธุ์สุนัขจิ้งจอก และสุนัขป่า ซึ่งพอผสมสมกันแล้วจะมีลักษณะ ขนยาวปลานกลาง ปากแหลม หางเป็นพวง ซึ่งเป็นลักษระของสุนัข จิ้งจอก กะโหลกเป็นสามเหลี่ยม ใบหูตั้งสั้นปลายแหลม โคนหูห่างกันมากเป็นลักษณะของสุนัขป่าส่วนลักษณะของสีหรือรูปร่างก็คล้ายสุนัขพันธุ์พื้นบ้านของไทยทั่วไปนั้นเอง

     สุนัขพันธุ์บางแก้ว เป็นสุนัขที่ต้นกำเนิดจาก ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในอดีตชาวบ้านอาศัยเรือนแพอยู่สองฝั่งคลอนบางแก้ว และมีอาชีพประมงแทบทุกครัวเรือน

                             

       สุนัขพันธุ์บางแก้วเป็นสุนัขไทยพันธุ์หนึ้งที่มีความสวยงามคล้ายสุนัขพันธุ์ต่างประเทศมีขนยาวสวยงาม หางเป็นพวง มีรูปร่างขนาดปานกลางรูปทรงของลำตัวตั้งแต่ช่วงขาหน้าถึงขาหลังเป็นรูปสี่เหลี่ยม

     ในระยะแรกๆ การเลี้ยงสุนัขบางแก้ว  มีการเลี้ยงกันภายในบริเวณเรือนแพต่อมาได้มีการเลี้ยงแพร่หลายออกไปจากบ้านบางแก้วไปบริเวณใกล้เคียงเช่นบ้านชุมแสงสงคราม  บ้านห้วยชัน  บ้างวังแร่  บ้านบางระกำ  เป็นต้น


     ปัจจุบันสุนัขพันธุ์บางแก้วไก้มีการเลี้ยงแพร่พันธุ์ออกไปทั่วประเทศ  ด้วยจุดเด่นและเป็นเสน่ห์คือเป็นสุนัขที่มีอุปนิสัยรักเจ้าของ รักถิ่นฐาน ซื่อสัตย์ ฝึกง่าย ฉลาดว่องไว และมีนิสัยดุกว่าสุนัขพันธุ์ไทยอื่นๆ ซึ่งมี  ประโยชน์ต่อการใช้งานในด้านการพิทักษ์รักษาทรัพย์ภายในบ้าน ไร่นาและสวนหรือโกดังต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ทั้งยังมีลัษณะที่สวยงามเป็นจุดเนกว่าสุนัขไทยอื่นๆ อีกด้วย

ลักษณะนิสัย  บางแก้วมีนิสัยที่ค่อนข้างตื่นตัว ร่าเริง เชื่อมั่นในตัวเอง จิตประสาทมั่นคงไม่ขี้กลัวหรือตื่นตกใจง่าย ซื่อสัตย์ หวงของ ฉลาด กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้ หวงสิ่งของและหวงเจ้าของ และมีความจงรักภักดีต่อเจ้าของ

การดูแล   การให้อาหารสุนัขไทยบางแก้ว นั้นส่วนใหญ่แล้วสุนัขบางแก้วจะชอบกินเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อปลา อาจให้กินข้าวสลับกับอาหารเม็ด และควรให้กินน้ำอย่างสม่ำเสมอ (ควรเปลี่ยนน้ำทุกวันด้วย) ส่วนเรื่องการดูแลทำความสะอาดนั้น สุนัขบางแก้วเป็นสุนักที่มีขนยาวในระดับปานกลาง ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ และควรแปรงขนบ่อยๆ ด้วย ส่วนเรื่องของการออกกำลังกายนั้น หากผู้เลี้ยงมีเวลาว่าง ควรพาสุนัขออกไปวิ่งออกกำลังกายบ้าง เพื่อเป็นการเสริมสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับสุนัข และเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับสุนัขด้วย



ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม     ควรเป็นผู้ที่มีเวลาในการดูแลสุนัขทั้งในเรื่องของความสะอาดและสุขภาพ ทั้งนี้ผู้เลี้ยงยังต้องมีความเข้าใจถึงอุปนิสัยของสุนัขบางแก้วด้วยว่า เป็นสุนัขที่ค่อนข้างดุแต่สามารถฝึกให้เชื่อฟังคำสั่งได้ หากผู้เลี้ยงมีความเข้าใจในอุปนิสัยของสุนัขว่ามีนิสัยที่ค่อนข้างหวงถิ่นที่อยู่ และหวงสิ่งของ รวมไปถึงหวงเจ้าของ และมีการฝึกให้สุนัขอยู่ในกฏระเบียบและเชื่อฟังคำสั่งก็จะไม่มีปัญหาในการเลี้ยง


ข้อควรจำ

       * ควรระวังหากมีคนภายนอกมาเข้ามาแตะต้อง มันจะทำร้ายทันที


วิดีโอ ของ สุนัข ไทยบางแก้ว



มาตราฐานสายพันธุ์

ขนาด      เพศผู้สูง 19 - 21 นิ้ว เพศเมียสูง 17 - 19 นิ้ว
ศรีษะ       กะโหลกใหญ่ ได้สัดส่วนกับลำตัว ปากยาวแหลม
ฟัน          เล็กและแหลมคม คบแบบกรรไกร ฟันบนเกยอยู่ด้านนอก สุนัขโต     ควรมีฟันครบ 42 ซี่
ปาก         กระบอกปากยาว ริมฝรปากดำ ชุ่มชื้น กระชับ
ตา            เล็ก เป็นรูปผลอัลมอนต์ สีน้ำตาลเข้ม
หู             เป็นรูปสามเหลี่ยมมีขนาดเล็ก ได้สัดส่วนกับหัว โน้มไปด้านหน้า 
 ขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู
จมูก        จมูกสีดำเข้ม หรือสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ
คอ           คอใหญ่ มีแผงขนยาวรอบคอคล้ายสิงโต
อก           กว้าง ลึก ในระดับเดียวกับข้อศอก โครงกระดูกหน้ามีลักษระเป็นรูป   วงรี
ลำตัว       ช่วงตัวตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายค่อนข้างเล็ก ลำตัวหนาปานกลาง อก   ลึกปานกลางแต่แคบ ยืดอกเวลาเดิน เส้นหลังตรง        
เอว          -
ขาหน้า    ใหญ่กว่าขาหลัง เวลายืนเหยียดตรงและขนานกัน หลังขามีขนยาว
ขาหลัง    เล็กกว่าขาหน้า เวลายืนทำมุมพอเหมาะ
หาง         โคนหางใหญ่ ขนหางเป็นพวง ปลายโค้งเข้าหาสันหลัง
ขน          ขนยาวปานกลาง มี 2 ชั้น ชั้นในละเอียดนุ่ม ชั้นนอกเส้นใหญ่เหยียด   ตรง ยาวคลุมแผ่นหลัง
สีขน        ขาว-น้ำตาล ขาว-ดำ ขาว-เทา